ฉีดโบท็อก คืออะไร? เหมาะกับใคร จะฉีดดีไหม? ปี 2023

ฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อก อายุยังน้อย ควรจะฉีดโบท็อกซ์ไหม ตอนนี้คงจะไม่มีผู้ใดที่ไม่รู้ โบท็อกซ์ (Botox) หรือ โบทูลินั่ม ท็อกสิน ไทด์ เอ (Botulinum Toxin Type A) ซึ่งคุณผู้หญิงผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็ใช้สารโบทูลินั่มจำพวกนี้ฉีดเพื่อช่วยลดลางเลือนริ้วรอยบนบริเวณใบหน้า ตามรอบๆหน้าผาก หางตา ร่องแก้มกันอยู่แล้ว ซึ่งริ้วรอยดังที่กล่าวถึงมาแล้วมักเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการแสดงอารมณ์ต่างๆบนบริเวณใบหน้าสะสมมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งริ้วรอยร่องลึกพวกนี้จะมองเห็นได้แจ่มชัดเมื่อคุณเริ่มแก่เยอะขึ้นตั้งแต่ราวๆ 35 ปีขึ้นไป โน่นก็เลยเป็นจุดกำเนิดให้ท่านคิดต้องการหาทางไขปัญหาริ้วรอยขึ้นมาบ้าง ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์คงจะอยู่ในตัวเลือกหนึ่งของคุณเช่นเดียวกัน

ถ้าเกิดใครกันแน่ยังมองไม่เห็นริ้วรอยต่างๆบนบริเวณใบหน้า จะต้องการ ไหม? หลายท่านอาจจะตอบว่า ไม่ ในเมื่อยังมองไม่เห็นปัญหาอะไรเลยเพราะอะไรจำเป็นจะต้องฉีดมันด้วยล่ะ แต่ว่ากับคนอีกกรุ๊ปหนึ่งที่หลายชิ้นเลยมีความรู้สึกว่าการ ตั้งแต่อายุยังน้อย หรือตอนยังไม่กำเนิดริ้วรอยก็ไม่ใช่เรื่องเสื่อมเสียอะไร รู้สึกว่าเป็นการปกป้องริ้วรอยเสียด้วยซ้ำ จากผลที่ได้รับจากการสำรวจปัจจุบันพบว่า คุณผู้หญิงเริ่มหันมาพึงพอใจการฉีดโบท็อกซ์ตั้งแต่อายุยังน้อยมากเพิ่มขึ้น อายุเฉลี่ยจะอยู่ที่ราวๆ 18-30 ปี โน่นทำให้เห็นว่าผู้ที่อายุน้อยกว่า 20 ปี ก็เริ่มคิดประเด็นการ กันแล้ว ในขณะที่เป็นวัยที่ผิวพรรณยังเรียบเนียน เต่งตึง เรียกว่าเกือบจะไม่มีริ้วรอยที่วัยเลยด้วย

โบท็อกฟันกราม VS เมโสแฟต VS ร้อยไหม แบบไหนได้ผลกว่ากัน?

แต่ละแนวทางสามารถได้ผลลัพธ์บริเวณใบหน้าเรียวได้สังกัดปัญหาบริเวณใบหน้าในแต่ละเคส ด้วยเหตุว่าแต่ละแนวทางสมควรลักษณะบริเวณใบหน้าที่ไม่เหมือนกัน หลายๆเคสแพทย์จะชี้แนะให้ทำด้วยกันเพื่อขจัดปัญหากรอบหน้า ฉีดโบท็อก

โบท็อก เหมาะสมกับผู้ป่วยกล้ามมาก พินิจจากการกัดฟันแล้วกล้ามฟันกรามปูดออกมา สามารถฉีดโบท็อกแล้วได้ผลเจริญ
การฉีดเมโสแฟตเหมาะสมกับคนเจ็บที่มีไขมันส่วนเกินรอบๆกรอบหน้า ใต้คาง เหนียง สามารถฉีดเผาผลาญไขมันได้
ร้อยไหม เหมาะสมกับคนป่วยผิวรอบๆแก้มคล้อยตกลง สามารถร้อยไหมเพื่อกระชับผิวร่วมกับการฉีดโบท็อกได้
ฉีดโบลดฟันกราม อันตรายไหม?
ฉีดโบท็อกลดราม เป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูงสุด ถ้าเกิดได้รับการฉีดด้วยโบท็อกแท้ จะไม่เป็นผลใกล้กันหรือก่อให้เกิดผลกระทบใดๆก็ตามในอนาคตเลย เพราะว่าโบท็อกมีฤทธิ์ชั่วครั้งคราว จำเป็นต้องฉีดซ้ำเรื่อยแม้กระนั้นกรณีผู้เจ็บป่วยได้รับ โดยใช้สารโบท็อกที่มิได้มาตรฐานหรือของเทียม รวมทั้งโบท็อกหมดอายุ ทำให้เกิดโทษและส่งผลเสียรวมทั้งไม่ดีต่อคนเจ็บโน่นเป็น จะมีลักษณะอาการดื้อยา ฉีดแล้วไม่เป็นผลรวมทั้งจะต้องใช้โดสที่มากขึ้นเรื่อย

ที่มาของการ ฟันกรามแล้วปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด
สำหรับผู้เจ็บป่วยที่ฉีดกับหมอที่ไม่ชำนาญ บริเวณใบหน้าบางทีอาจแข็งตึงหรือปากเบี้ยวข้างหลังการฉีดได้ แม้กระนั้นโน่นเป็นอาการชั่วครั้งคราวแค่นั้น สำหรับคนป่วยที่ฉีดกับหมอช่ำชองด้วยโบท็อกของจริง จะได้รูปหน้าเรียวลงอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่ส่งผลข้างๆอะไรก็ตามเลยข้างหลังการฉีดจ้ะ

อทิตาสถานพยาบาล Atita Clinic ดูแลโดยกลุ่มหมอผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมทั้งคณะทำงาน ที่มีความรู้ความสามารถความชําทุ่งนาญยอดเยี่ยม ทําให้ อทิตาสถานพยาบาล Atita Clinic มิได้เป็นเพียงแต่สถานพยาบาลดูแลผิวพรรณ แต่ว่าเป็นสถาบันดูแลความสวยสดงดงามครบวงจรศูนย์รวม “ศาสตร์” ที่ การแพทย์ที่ทันสมัย แล้วก็ “ศิลป” เพื่อความงดงามที่ผสมกันได้อย่างพอดี

ที่อทิตาสถานพยาบาล พวกเราช่ำชองด้านการออกแบบ ดีไซน์ และก็การปรับรูปหน้าแบบ โดยพวกเราจะเน้นย้ำการจัดโครงหน้าให้คนเจ็บใหม่ รวมทั้งตั้งใจในทุกๆเคส เพื่อการจัดการกับปัญหาที่ถูกจุดที่สุด ด้วยกลุ่มหมอที่มีประสบการณ์เป็นเวลานานมากกว่า 18 ปี อบรมมาแล้วกว่า 14 ประเทศทั้งโลก รวมทั้งได้รับรางวัลยืนยันจำนวนมาก

กลุ่มหมอของอทิตาสถานพยาบาลมีความชำนาญในด้านการออกแบบวางแบบบริเวณใบหน้าเป็นอย่างยิ่ง รับประกันด้วยรางวัลเยอะแยะจากสถาบันต่างๆแต่ว่าดังนี้ ทางอทิตาคิลิกก็มิได้หยุดที่จะทำความเข้าใจของใหม่ แม้ว่าหมอของพวกเราจะจบโดยตรงด้านผิวหนังมาจากสถาบันผิวหนังอเมริกา รวมทั้งไปศึกษาต่อทางด้านศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีมาแล้ว แม้กระนั้นก็ยังศึกษาแนวทางใหม่ๆจากงานอบรมต่างๆมากยิ่งกว่า 14 ประเทศทั่วทั้งโลก ไม่ว่าจะคือเรื่องของการร้อยไหม ปรับรูปหน้า ฟิลเลอร์ ศัลยกรรม การปรับปรุงรูปหน้า รวมถึงเรียนการดูโหงวเฮ้งอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านี้อทิตาสถานพยาบาลยังอัพเดทเทรนด์สำหรับเพื่อการแต่งหน้าทาปาก ตามเทรนด์บิวตี้บล็อกเกอร์ต่างๆให้นำสมัยอยู่เสมอเวลา ไม่ให้พลาดเทรนด์บิวตี้ของทุกๆปี เพื่อผู้เจ็บป่วยของพวกเรางามแล้วก็ดูดีที่สุด ในแบบที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง จากการวางแบบบริเวณใบหน้าของกลุ่มหมอที่ตั้งใจ งามเป็นธรรมชาติ งามตามเทรนด์บิวตี้ ไม่มีตกกระแสอย่างแน่แท้ ที่สำคัญข้างหลังทำผู้เจ็บป่วยก็ไม่ต้องพักฟื้น เพราะว่าด้วยความเชี่ยวชาญของกลุ่มหมอที่อทิตาสถานพยาบาล ก่อให้เกิดการบวมบอบช้ำน้อยมาก รวมทั้งไม่เจ็บขณะทำหัตถการ

อทิตาสถานพยาบาลหมายถึงสถานพยาบาลชั้น 1 ด้านการแก้ไขวางแบบบริเวณใบหน้า รวมทั้งด้วยความรู้ความเข้าใจของกลุ่มหมอ ทำให้ผลของการปรับแก้รูปหน้าออกมางามเป็นธรรมชาติดังที่คนป่วยอยากได้ และการผลิตความตรึงใจให้ลูกค้าแบบเคสต่อเคส เพื่อการจัดการกับปัญหาที่ถูกจุดที่สุด

ไฮยาลูรอนเป็นอะไร มีส่วนช่วย และก็ใช้สามารถที่จะนำมาใช้เพื่อทำอะไรได้บ้างที่เกี่ยวกับความสวยสดงดงาม ความสวยงาม
กล่าวได้ว่า ไฮยาลูรอน เป็นสารที่มีความจำเป็นอีกประเภทหนึ่ง ที่สามารถช่วยให้ผิวของท่านมีความชื้น ช่วยเติมเต็มริ้วรอยที่อยู่บนบริเวณใบหน้า ช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง ทั้งยังช่วยซ่อมบำรุงเยื่อได้มากมายนานัปการแบบ ซึ่งในขณะนี้ สาร Hyaluronic Acid ก็ได้ถูกเอามาดัดแปลงหลายแบบอย่าง ทั้งที่ยังไม่ตายส่วนประกอบอยู่ในโลชั่นบำรุงผิวต่างๆได้แก่

เป็นส่วนประกอบหลักของครีม เซรั่ม และก็เครื่องแต่งหน้า ต่างๆ

เป็นวิตามินที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอน , น้ำมันปลา และก็สารสกัดอื่นๆที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ
ฟิลเลอร์ (Filler) หรือสารที่ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็ม รวมทั้งลดลางเลือนริ้วรอย ซึ่งได้รับความนิยมใช้กันอย่างใหญ่โตในสถานพยาบาลความสวย
แล้วก็เพราะ กรดไฮยาลูรอนหมายถึงโมเลกุลน้ำตาลอีกประเภทหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า Polysaccharide ซึ่งร่างกายยังสามารถทำขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ แต่ เมื่อแก่เยอะขึ้นร่างกายก็จะผลิตสารตัวนี้ และก็คอลลาเจนออกมาได้น้อย รวมทั้งช้าลงกว่าเดิม ก็เลยทำให้ผิวหนังและก็ส่วนประกอบต่างๆเริ่มย่อยสลายลง โดยปกติแล้ว ผิวหนังก็จะเริ่มเสื่อมเมื่อท่านแก่ 20 ปีขึ้นไป ผิวก็จะเริ่มแห้ง เริ่มขาดความชื้น มีความแบบบาง ปราศจากความยืดหยุ่น ต่อจากนั้นก็จะก่อให้กำเนิดริ้วรอย เป็นร่องลึก ผิวหนังเหี่ยวย่น ก็เลยทำให้ แวดวงด้านการแพทย์ได้กระทำการสังเคราะห์ และก็สกัดสาร ไฮยาลูรอน ขึ้นมา เพื่อเป็นการตอบแทนสารไฮยาลูโรนิกที่ร่างกายผลิตขึ้นได้ลดน้อยลง

สารไฮยาลูรอน สามารถช่วยลดลางเลือนริ้วรอย รอบๆใดได้บ้าง ?

สำหรับ ไฮยาลูรอน สามารถช่วยลดริ้วรอย เพิ่มเติมร่องลึก ขจัดปัญหาของผิวหน้าที่ไม่เรียบไม่เนียน เพราะคุณลักษณะของกรดไฮยาลูโรนิกนี้ เป็นการเก็บความเปียกชื้นให้กับผิว แล้วก็ช่วยประคององค์ประกอบของผิวเอาไว้ เมื่อผิวมีกรดไฮยาลูโรนิกที่พอเพียง ก็จะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งในขณะนี้ ไฮยาลูรอน ได้ถูกนำเข้ามาใช้ในแวดวงเสริมความงดงามเยอะขึ้น เพื่อช่วยชะลอผิว โดยการฉีดไปสู่ผิวบนบริเวณใบหน้า เพื่อไขปัญหาริ้วรอย แล้วก็ช่วยเพิ่มความชื้นให้กับผิว โดยการฉีดไฮยาลูรอน ไปสู่ผิวหน้านั้น ก็จะอยู่ได้นานโดยประมาณ 6 -18 เดือน ซึ่งจะขึ้นกับแบรนด์และก็รุ่นของฟิลเลอร์ ที่ใช้ในฉีด นอกเหนือจากนี้ การฉีดฟิลเลอร์ก็ยังสามารถฉีดได้หลายรอบๆ อีกทั้ง

ฉีดรอบๆหน้าผาก ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากด้วยกรดไฮยาลูรอน ก็จะช่วยเติมเต็มริ้วรอย รวมทั้งรอยย่นที่อยู่บนหน้าผาก และก็ยังช่วยไขปัญหาคนที่มีหน้าผากยุบ หน้าผากแบน ให้มีความนูน และก็เรียบเนียนขึ้น
ฉีดรอบๆขมับ จะช่วยจัดการกับปัญหาในเรื่องของริ้วรอยตีนกา ที่เกิดในรอบๆหางตา ให้มีความเต่งตึง แล้วก็ยังช่วยทำให้ปรับส่วนประกอบบริเวณใบหน้าให้มีความสมดุล รวมทั้งได้สัดส่วนเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ฉีดรอบๆใต้ตา จะช่วยขจัดปัญหาในเรื่องริ้วรอยที่อยู่ใต้ตา เบ้าตาลึก ตาโหล เพื่อผิวใต้ตานั้นกลับมามีความแจ่มใส รวมทั้งมีความชื้น ไม่คล้ำ ไม่ดำ
ฉีดรอบๆร่องแก้ม จะเป็นการเติมเต็มคนที่มีปัญหาร่องแก้มลึก ช่วยปรับปรุงแก้ไขการยุบตัวของกระดูกที่อยู่รอบๆแก้ม และก็ยังเป็นเหตุให้ผิวของท่านมองสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีความชื้น และก็มองอิ่ม มองฟูมากขึ้น
ฉีดรอบๆริมฝีปาก จะเป็นการช่วยเติมเต็มคนที่มีริมฝีปากบาง หรือมีปัญหาปากแห้ง ปากตกลงไปตรงร่อง ให้มีความชื้น ปากอ้วนอิ่ม และไม่แห้ง ไม่ตกลงร่องอีกต่อไป
ฉีดรอบๆคาง จะช่วยจัดการกับปัญหาในเรื่องคางสั้น คางตัด คางเบี้ยว หรือมีริ้วรอยรอบๆคาง ให้คางมองเรียวและก็งามขึ้น binsidetv

การฉีดไฮยาลูรอน ไปสู่ร่างกายทำให้เป็นอันตรายไหม และก็ถ้าหากบริเวณใบหน้าขาดสารไฮยาลูรอน จะส่งผลเช่นไร ?

ถ้าเกิดท่านใดที่อยากได้ฉีดฟิลเลอร์ด้วยสารไฮยาลูรอน เพื่อขจัดปัญหาบนบริเวณใบหน้าต่างๆท่านก็ควรจะเลือกฉีดที่สถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีความสะอาด แล้วก็ใช้ตัวยาของจริง อย่าง Class Clinic ซึ่งท่านจะได้รับการฉีดฟิลเลอร์โดยหมอที่มีประสบการณ์ รวมทั้งมีความชำนิชำนาญ เพื่อคุ้มครองข้อผิดพลาด รวมทั้งอันตรายที่บางทีอาจกำเนิดตามมา แม้ท่านได้รับการฉีดที่ไม่ถูกจุด แล้วก็ใช้ตัวยาไม่แท้ ดังเช่นว่า ตาบอด การเกิดเส้นโลหิตตัน การรับเชื้อแบบกะทันหัน ฯลฯ

และก็หากบริเวณใบหน้าของท่านขาดกรดไฮยาลูรอนนี้ ก็จะทำให้ผิวของท่านหมองคล้ำ ไม่เปียกชื้น มองแห้งหยาบ เนื่องจากว่าขาดน้ำ แล้วก็เมื่อได้ทาโลชั่นที่มีไว้บำรุงผิว ก็จะรู้สึกได้ว่าตัวครีมไม่ซึมลงไปสู่ชั้นผิว ใช้แล้วไม่ค่อยเห็นผล ซึ่งถ้าหากท่านไม่รีบทำปรับแก้ แล้วก็ปลดปล่อยให้ผิวขาดสารไฮยาลูรอนมากมายๆก็จะนำมาซึ่งการทำให้มีริ้วรอย เป็นร่องลึก และก็ยังมีผลให้ภาวะผิวทรุดโทรมได้เร็ว